ผมถือว่าการเดินทางคือ การเปิดออกไปสู่โลกกว้าง ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างๆ ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งทุกครั้งที่ผมได้ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ก็จะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมไม่ประทับใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เหล่านั้น ครั้งนี้เป็นการท่องเที่ยวที่ผมประทับใจครั้งหนึ่งเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเพิ่งไปเยือนอัมพวามาเมื่อไม่นานมานี้ แต่ผมอยากจะแบ่งปันการเดินทางท่องเที่ยวครั้งที่ผมได้ไปปราณบุรีมามากกว่า และขอบอกได้เลยว่านี่แหละความประทับใจไม่รู้ลืมของผมเอง
ผมได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวที่ปราณบุรีมาเมื่อปีที่แล้วนี้เองครับ มีหลายสิ่งที่ผมประทับใจอย่างแรกเลยก็คือ ตลาดกลางคืนที่หัวหิน เป็นจุดที่แวะกันเป็นที่แรกด้วย หลายคนอาจจะมองว่ามันก็เหมือนกับตลาดนัดขายเสื้อผ้า และอาหารเหมือนๆ กับกรุงเทพของเรานี่แหละ แต่ผมกลับมองว่ามันแตกต่าง มันแตกต่างกันตรงที่ชีวิตของผู้คนที่ออกมาจับจ่ายถ้าไม่ใช่นักท่องเที่ยวก็จะเป็นคนในพื้นที่นั่นเอง ซึ่งล้วนแล้วดูมีชีวิตชีวาเปี่ยมไปด้วยความสุข เหมือนกับว่าไม่มีอะไรต้องไปเครียดหรือไปกังวลทั้งสิ้น แม้แต่แม่ค้า พ่อค้าก็ล้วนไม่เคร่งเครียดกับการขายของแม้แต่น้อย นี่ซินะที่ผมเรียกว่าแตกต่าง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อขนาดเชฟจากโรงแรมชั้นนำในกรุงเทพ ยังเลือกที่จะมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ ของเขาเองขึ้นที่นี่ นอกจากการขายอาหารแล้ว ยังได้แบ่งปันความสุขเล็กๆ ให้กับผู้ที่มาทานอาหารที่ร้าน ด้วยการเล่นมายากลให้ได้เชยชมกันอย่างเป็นกันเอง... นี่ซินะคือความสุข
การเดินทางของผมในครั้งนี้คงไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก ถ้าทุกอย่างราบรื่นดีไปหมด เพราะผมได้มีโอกาสไปเยือนถ้ำพระยานคร ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ถ้าใครเคยไปกันคงจะรู้ว่ากว่าจะไปถึงถ้ำได้นั้นจะต้องใช้แรงขาทั้ง 2 ข้างเดินข้ามเขาถึง 2 ลูกด้วยกัน ไม่ใช่เล่นๆ แน่ๆ เพราะจะว่าชันก็ชัน พอจะลงก็ลงซะทิ้งดิ่งกันเลยล่ะครับ
แต่โชคชะตาเนี่ยมันชอบกลั่นแกล้งผมเหลือเกิน ลองคิดดูครับขนาดแค่เดินธรรมดายังว่าเหนื่อยเลย แต่รองเท้าแตะคู่ใจของผมที่ใส่มาเป็นปีดันขาดซะนี่ ลองนึกภาพดูนะครับรองเท้าแตะช้างดาวที่เป็นหูเกี่ยวระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มันหลุดออกมานะครับ ขาดตอนไหนไม่ขาด ดันมาขาดตอนที่ผมกำลังขึ้นเขาลูกที่ 2 อยู่เลย เรียกว่าช็อค แบบว่าไม่รู้จะทำยังไงดี เหลืออีกประมาณ ¼ ของระยะทางก็จะถึงถ้ำอยู่แล้ว อีกอย่างคือตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปดูให้ได้ แต่จะให้เดินเท้าเปล่าก็คงจะเว่อเกินไป เนื่องจากหินบนพื้นที่โดนแดดเผามาตลอดครึ่งวัน มันช่างร้อนอะไรแบบนี้หน๋อ คิดไปคิดมา ได้ไอเดียเอางี้!! เอาเถาวัลย์ที่เลื้อยอยู่รอบๆ เต็มไปหมด มาผูกเท้ากับรองเท้าไว้ละกัน... ความคิดเหมือนจะดีนะครับ แต่เพื่อนร่วมทางหาว่าผมบ้าฮะๆ
ขอบอกเลยว่าเวลาเดินมันลำบากน่าดูชมเลยทีเดียว เพราะไหนจะลื่นและเจ็บเพราะเถาวัลย์ แล้วยังต้องเดินขึ้นเขาลงเขากันเป็นว่าเล่น แต่ท้ายที่สุดก็มาถึงปลายทางจนได้ครับ แบบว่าพอได้มาเห็นถ้ำด้วยตาเปล่าแล้ว ความเหนื่อยยากที่ผ่านมาเลือนหายเป็นปลิดทิ้งไปเลยครับ ขนาดว่าเห็นในรูปแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะสวยได้ขนาดนี้ ความรู้สึกมีแต่ดีใจมากที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะมาให้ถึงจุดหมาย ไม่ใช่กลับลงไปรอข้างล่าง... นี่ซินะคือการผจญภัย
จริงๆ แล้วการเดินทางไปปราณบุรีของผมในครั้งนี้ยังมีอีกหลายรสชาติ ถ้าให้เล่าอาจจะเลยเทิดไปได้ ผมจึงหยิบยกความประทับใจครั้งนี้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือในบางส่วน หวังว่าทุกท่านที่ได้อ่านจะอมยิ้มตามผมไปด้วยนะครับ และอย่าลืมสนุกในทุกครั้งที่ได้ท่องเที่ยวครับ ^o^

pipekun
เคยเที่ยวแล้วล่ะครับ พอมาดูรูป น่าคิดถึงจริงๆvjjak
สวัสดีก๊าบคุณพี่ทั้งสองที่แวะเวียนเข้ามา อิอิ เอาเถาวัลย์มาผูกรองเท้าเนี่ย มันเป็นเหตุจำเป็นผมไม่ได้บ้าน้ะ ฮะๆๆๆ โอ้วววๆๆๆ ส่วนพี่อีกคนอย่าไปซีเรียสครับ อายุเป็นเพียงตัว เลข อิอิ ยิ่งมากประสบการณ์ก็ยิ่งเยอะตามไปด้วยครับ ;-)Howboonpan
เคยไปนานละ ตั้งแต่สมัยไปพารับน้องเมื่อสอบปีที่แล้ว T_T บอกงี๊ก็รู้อายุหมดเลยเนอะjajar34
เคยไปปราณบุรีเหมือนกันจ้า แต่ว่าไปทะเลธรรมดาๆอ่ะ ไม่เคยไปผจญภัยขนาดนี้มาก่อน ว่าแต่คิดได้ไงเนี่ยใช้เถาวัลย์ผูกรองเท้า 555 เจ๋งดี